TKP HEADLINE

Showing posts with label 05.วัฒนธรรม. Show all posts
Showing posts with label 05.วัฒนธรรม. Show all posts

วันฮารีรายอ


ฮารีรายอ เป็นวันสำคัญของชาวมุสลิมทั่วโลกวันหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นวันรื่นเริงประจำปีซึ่งชาวมุสลิมได้เดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อเข้าร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยพร้อมเพรียงกัน ได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อน ญาติพี่น้องเพื่อขออภัยซึ่งกันและกัน ช่วงเวลาในรอบ 1 ปีของชาวมุสลิม มีวันฮารีรายอ 2 ครั้ง คือ


1. อีดิลฟิตรี ตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งเป็นวันออกบวชหลังจากได้ถือศีลอดตลอดระยะเวลา 1 เดือน นิยมเรียกวันนี้ว่า “วันออกบวช” หรือ “รายาปอซอ“ หรือ “รายาฟิตเราะห์”  ในวันอิดิลฟิตรีเป็นวันแรกของการออกจากเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิม เป็นวันแห่งรางวัล และการตอบแทนสำหรับผู้ผ่านการทดสอบประจำปีในเดือนรอมมาฎอนด้วยการบังคับตัวเอง จากการลด ละ การกินดื่ม กิเลสตัณหา และได้ละหมาดตะรอวีหฺเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มตลอดค่ำคืนของเดือนรอมมาฎอน ในวันอิดิลฟิตรีมุสลิมทุกคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำการอาบน้ำสุนัต และไปละหมาดอิดิลฟิตรีที่มัสยิดประจำหมู่บ้าน ชาวมุสลิมนิยมใส่เสื้อผ้าของใหม่ๆ สะอาด สวยงาม มีกลิ่นหอม ทุกคนต้องปฏิบัติบริจาคซากาตฟิตเราะห์ วันอิดิลฟิตรีถือได้ว่ามุสลิมทุกคนมีความรื่นเริง สนุกสนาน เพราะในวันนี้ได้ไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง ไปเคารพผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และทำความสะอาดสุสาน นำขนมไปแจกจ่ายให้กับเด็กๆ เพื่อนบ้าน เลี้ยงอาหารคนในหมู่บ้าน สำหรับอาหารที่นิยมทำในวันฮารีรายอ คือ ตูปะ (ข้าวเหนียวต้ม)



2. อีดิลอัฏฮา ตรงกับวันที่ 10 เดือน ซุลฮิจญะห หรือตรงกับเดือน 12 ของปฏิทินอิสลาม ซึ่งถัดจากวันอารอฟะฮ และเป็นวันส่งท้ายของสิบวันแรกในเดือนซูลฮิจญะ มีลักษณะคล้ายกับวันตรุษอิดิลฟิตรี แต่มีข้อแตกต่างตรงที่มีการทำกุรบาน เป็นวันเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสมุสลิมทั่วโลกได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ อันเป็นวันริเริ่มประกอบพิธีฮัจญ์ ส่วนผู้ไม่ได้ไปก็ให้ไปประกอบพิธีละหมาดอิดิลอัฏฮายังมัสยิดประจำหมู่บ้าน ในวันอิดิลอัฎฮาจะมีการทำกุรบาน โดยมีการเชือดสัตว์กุรบาน ได้แก่ อูฐ วัว แพะ แล้วนำเนื้อที่เชือดแล้วมาบริจาคให้กับผู้ยากจน หรือทำอาหารเลี้ยงคนในหมู่บ้านก็ได้ และในวันนี้ผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ออกฮัจญ์ และเตรียมตัวเดินทางกลับ 



การแข่งขันว่าวประเพณีประจำปีตำบลบาโลย

การแข่งขันว่าวประเพณีประจำปีตำบลบาโลย     ริเริ่มจัดการแข่งขันเนื่องจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคม ลมมรสุมตะวันออก หรือ ลมว่าวกำลังพัดพาอ่าวไทย และในจังหวัดภาคใต้ เหมาะแก่การเล่นว่าว เป็นที่นิยมในกลุ่มของกลุ่มทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นเมืองที่ลงทุนน้อย เล่นง่าย เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประดิษฐ์ว่าวประเภทต่างๆ ขึ้นมา ประกอบคนชาวไทย เชื้อสายมลายูซึ่งเป็นนักประดิษฐ์ ช่างคิด ช่างทำ เห็นควายอยู่ในนาที่กำลังเก็บเกี่ยวจึงได้จำลองหน้าตาของควายลงในตัวว่าว ขณะที่ว่าวลอยกลางอากาศส่วนหางจะอยู่บน ส่วนหัว เขา จมูก หู อยู่ส่วนล่าง ว่าวมีเสียงดัง อยู่ไม่นิ่ง ส่ายไปมาเหมือนนิสัยบ้าบิ่นของควาย ชาวบ้านจึงเรียกว่าวควาย เป็นสัญลักษณ์ของการเล่นว่าวในพื้นที่ชุมชนตำบลบาโลยเป็นที่นิยมของประชาชนในตำบลและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างแพร่หลาย และเป็นการอนุรักษ์ประเพณีสืบไป



นุ่งห่มตามวิถีมุสลิมมลายู


ตำบลปูยูด ดินแดนที่มีผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามหรือมุสลิม 100 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นชุมชนที่สามารถสัมผัสได้ถึงแรงศรัทธาในศาสนาที่ยังคงเหนียวแน่น มีวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ของมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแต่งกาย ที่สะท้อนออกมาให้เห็นทั้งการแต่งกายในชีวิตประจำวัน และในช่วงเทศกาลหรือพิธีการสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีแต่งงาน และเทศกาลฮารีรายอ ที่มีการแต่งกายอย่างพิถีพิถัน สวยงาม ถือได้ว่าเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่เด่นของชุมชนปูยูดอีกอย่างหนึ่ง 



เทศกาลอาชูรอ หรืออาชูรอสัมพันธ์


เทศกาลอาชูรอ หรืออาชูรอสัมพันธ์ เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ชาวมุสลิมทั่วโลกจัดขึ้น การจัดกิจกรรมอาชูรอ จะจัดตรงกับวันที่ 10 ของเดือนมูฮัรรอม อันเป็นเดือนแรกของปฏิทินอาหรับ  อ่านเพิ่มเติม

วัฒนธรรมประเพณี





สังคมของมุสลิมแต่ละกลุ่มจะมีรูปแบบเฉพาะกลุ่มเช่นรูปแบบการกิน รูปแบบการอยู่ แต่ละกลุ่มของสังคมมุสลิมเองก็จะมีความแตกต่างกันไปตามสถานะ ลักษณะการแต่งกายของผู้หญิงมุสลิม คล้ายกับการแต่งกายของชาวมาเลเซีย และชาวอินโดนีเซีย แต่ก็ไม่เหมือนกับสองชาติดังกล่าวเลยทีเดียว อาจจะได้รับอิทธิพลมาบ้างโดยสืบเนื่องมาจากทำเลที่ตั้งมีการติดต่อไปมาค้าขายการแต่งกายของชาวไทยมุสลิม จะมีหลายระดับ ส่วนมากเป็นการดัดแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับโอกาสต่างๆ แต่คงลักษณะเด่นบางอย่างไว้ นั่นคือ ต้องมิดชิด อ่านเพิ่มเติม


(ตัวอย่าง) การสู่ขวัญข้าว

การสู่ขวัญข้าวเป็นประเพณีที่ชาวนาตำบลน้ำพางนั้นปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกขวัญพระแม่โพสพที่ตกหล่นตามท้องนาหลังจากเก็บเกี่ยวขึ้นสู่ยุ้งฉางข้าว และเป็นการบูชาพระแม่โพสพที่คอยช่วยป้องกันศัตรูพืชและสัตว์ที่จะมาทำลายข้าวในนา และนอกจากนี้นั้นยังเป็นความเชื่อของชาวนาว่าการบูชาพระแม่โพสพนั้นจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป โดยเครื่องพิธีจะมีไก่และเครื่องสังเวยแก่พระแม่โพสพ ที่ช่วยให้ได้ทำให้ข้าวได้ผลผลิตเป็นที่พอใจ แต่ถ้าหากเป็นพิธีสู่ขวัญข้าวแบบใหญ่ โดยส่วนมากแล้วเจ้าของจะไม่ได้กล่าวคำสังเวยได้ด้วยตัวเองจึงต้องขออาจารย์ประจำหมู่บ้านเป็นผู้โอกาสให้ โดยจะทำหลังฤดูเก็บเกี่ยว ศึกษาเพิ่มเติม

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดปัตตานี. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand