TKP HEADLINE

Showing posts with label อำเภอกะพ้อ. Show all posts
Showing posts with label อำเภอกะพ้อ. Show all posts

วันฮารีรายอ


ฮารีรายอ เป็นวันสำคัญของชาวมุสลิมทั่วโลกวันหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นวันรื่นเริงประจำปีซึ่งชาวมุสลิมได้เดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อเข้าร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยพร้อมเพรียงกัน ได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อน ญาติพี่น้องเพื่อขออภัยซึ่งกันและกัน ช่วงเวลาในรอบ 1 ปีของชาวมุสลิม มีวันฮารีรายอ 2 ครั้ง คือ


1. อีดิลฟิตรี ตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งเป็นวันออกบวชหลังจากได้ถือศีลอดตลอดระยะเวลา 1 เดือน นิยมเรียกวันนี้ว่า “วันออกบวช” หรือ “รายาปอซอ“ หรือ “รายาฟิตเราะห์”  ในวันอิดิลฟิตรีเป็นวันแรกของการออกจากเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิม เป็นวันแห่งรางวัล และการตอบแทนสำหรับผู้ผ่านการทดสอบประจำปีในเดือนรอมมาฎอนด้วยการบังคับตัวเอง จากการลด ละ การกินดื่ม กิเลสตัณหา และได้ละหมาดตะรอวีหฺเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มตลอดค่ำคืนของเดือนรอมมาฎอน ในวันอิดิลฟิตรีมุสลิมทุกคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำการอาบน้ำสุนัต และไปละหมาดอิดิลฟิตรีที่มัสยิดประจำหมู่บ้าน ชาวมุสลิมนิยมใส่เสื้อผ้าของใหม่ๆ สะอาด สวยงาม มีกลิ่นหอม ทุกคนต้องปฏิบัติบริจาคซากาตฟิตเราะห์ วันอิดิลฟิตรีถือได้ว่ามุสลิมทุกคนมีความรื่นเริง สนุกสนาน เพราะในวันนี้ได้ไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง ไปเคารพผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และทำความสะอาดสุสาน นำขนมไปแจกจ่ายให้กับเด็กๆ เพื่อนบ้าน เลี้ยงอาหารคนในหมู่บ้าน สำหรับอาหารที่นิยมทำในวันฮารีรายอ คือ ตูปะ (ข้าวเหนียวต้ม)



2. อีดิลอัฏฮา ตรงกับวันที่ 10 เดือน ซุลฮิจญะห หรือตรงกับเดือน 12 ของปฏิทินอิสลาม ซึ่งถัดจากวันอารอฟะฮ และเป็นวันส่งท้ายของสิบวันแรกในเดือนซูลฮิจญะ มีลักษณะคล้ายกับวันตรุษอิดิลฟิตรี แต่มีข้อแตกต่างตรงที่มีการทำกุรบาน เป็นวันเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสมุสลิมทั่วโลกได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ อันเป็นวันริเริ่มประกอบพิธีฮัจญ์ ส่วนผู้ไม่ได้ไปก็ให้ไปประกอบพิธีละหมาดอิดิลอัฏฮายังมัสยิดประจำหมู่บ้าน ในวันอิดิลอัฎฮาจะมีการทำกุรบาน โดยมีการเชือดสัตว์กุรบาน ได้แก่ อูฐ วัว แพะ แล้วนำเนื้อที่เชือดแล้วมาบริจาคให้กับผู้ยากจน หรือทำอาหารเลี้ยงคนในหมู่บ้านก็ได้ และในวันนี้ผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ออกฮัจญ์ และเตรียมตัวเดินทางกลับ 



การเลี้ยงไก่ไข่



การเลี้ยงไก่ไข่

แหล่งเรียนรู้ การเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรือน ตั้งอยู่ที่ บ้านคอลอกาลี หมู่ 8 ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี สามารถสร้างรายได้อีกทางหนึ่งได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจการเลี้ยงไก่ไข่ได้อีกด้วย 



(ตัวอย่าง) ชุมชนวิจัยรากฐานใหม่แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต


งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นวิธีการ “เน้นการวิจัยที่สามารถตอบปัญหา  โดยการสร้างรูปแบบและวิธีการค้นหาคำตอบ  ที่สามารถให้ความกระจ่างต่อปัญหานั้น ๆ ได้  และเสนอทางเลือกหรือชี้นำการปรับตัวของชุมชนในท้องถิ่นเป็นอันดับแรก”
มีการดำเนินงาน 2  รูปแบบดังนี้
1) การวิจัยเต็มรูปแบบ (PAR)
เป็นงานวิจัยที่มีลักษณะสมบูรณ์แบบตามแนวคิด การวิจัยเพื่อท้องถิ่นทั้งในเชิงเนื้อหาและในเชิงกระบวนการ ภายใต้หลักการว่า “เป็นปัญหาของชาวบ้าน ชาวบ้านเป็นทีมวิจัย และมีปฏิบัติการเพื่อแก้ปัญหา” โดยใช้ระยะเวลาดำเนินงานไม่เกิน 2 ปีงานวิจัยแบบนี้มี 2 ลักษณะ กล่าวคือ
1.1 การวิจัยที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหาสังคมในทุกประเด็น
1.2 การวิจัยที่เน้นการทดลองเปรียบเทียบและทดสอบปัจจัยต่าง ๆ  เพื่อหาทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่าและคุ้มทุนที่สุด เน้นการพึ่งตนเองเป็นหลัก
2) การวิจัยทางเลือกใหม่เพื่อท้องถิ่น
เป็นงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นรูปแบบใหม่ที่พัฒนามาจากแบบแรก เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและสอดคล้องกับศักยภาพท้องถิ่นและกลุ่มคนที่มีหลากหลายระดับ เป็นการเริ่มต้นทดลองทำงานวิจัยอย่างง่าย ๆ ประมาณ 3-6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี มีหลายทางเลือกดังนี้
2.1 การวิจัยเบื้องต้น เป็นกระบวนการพัฒนาโจทย์วิจัยและการรวบรวมความรู้ รวมถึงการเตรียมชุมชน เตรียมชาวบ้าน
2.2 การวิจัยวิจัยที่เน้นการถอดความรู้และรวบรวมองค์ความรู้จากการทำงานพํฒนาของชุมชน (วิจัยภูมิปัญญา) ชุมชนอยากรู้  อยากรวบรวมองค์ความรู้ของตนเอง โดยไม่ได้มุ่งแก้ไขปัญหาชุมชนมากนัก
2.3 การวิจัยเชิงความร่วมมือ  เป็นการสนับสนุนการสร้างความรู้ร่วมกับหน่วยงานหรือภาคีอื่น ๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการทำงาน เพื่อชุมชนท้องถิ่น เป็นความร่วมมือทั้งในแง่การมีเป้าหมายเพื่อท้องถิ่น แต่ละภาคีร่วมกันสนับสนุนปัจจัยและทุนการดำเนินงานร่วมกัน



และเรื่องด้านล่างนี้ เป็นวิดีทัศน์ตัวอย่าง ที่จะเป็นอีกคำตอบหนึ่งจากชุมชนหนึ่งในจังหวัดพะเยา



ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดปัตตานี. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand